ครึ่งปีแรก! ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อภาคเกษตรทะลุ 5 แสนล้าน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ครึ่งปีแรกปล่อยสินเชื่อภาคเกษตรทะลุ 5 แสนล้าน เดินหน้ายุทธศาสตร์สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่–คุมหนี้เสียลดต่อเนื่อง
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปีบัญชี ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ภาคการเกษตรแล้วกว่า 500,000 ล้านบาท ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อยังเติบโตตามเป้าหมาย ขณะที่ฐานเงินฝากและสลากยังอยู่ในภาวะปกติ โดยธนาคารได้ออกสลากใหม่ คือ “สลากขุนแผนมรกต” เพื่อกระจายฐานลูกค้าเงินฝากให้หลากหลายมากขึ้น
นอกจากนี้ นายฉัตรชัย ระบุว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของธนาคาร คือ “การสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่” ผ่านโครงการโรงเรียนเกษตรธนากร ซึ่งปีนี้ได้เริ่มนำร่อง 27 โรงเรียน โดยมุ่งพัฒนาเยาวชนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 ขึ้นไป ให้เรียนรู้การเกษตรเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้จากการผลิตและการค้าภายในพื้นที่จริง ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัด และองค์ความรู้จากภาคีเครือข่าย เพื่อให้เยาวชนมีอาชีพเกษตรเป็นทางเลือกหลังเรียนจบ
สิ่งที่ทางยุทธศาสตร์ของแบงค์เรามองไว้นั่นคือว่าเด็กจบปริญญาตรี สมมุติว่าให้สตาร์ทที่ 20,000 บาท ปีหนึ่งก็ 240,000 บาท ซึ่งยังไม่รวมการหักค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตในเมือง ซึ่งหากมีรายได้จากภาคเกษตรสมัยใหม่ แล้วมีการทำจริงจัง ถือเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่สามารถเทียบเคียงรายได้จากงานประจำได้
ธ.ก.ส. ยังได้ออกผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อเกษตรวิวัฒน์” เพื่อรองรับสังคมสูงวัย เปิดโอกาสให้ข้าราชการหรือพนักงานที่อายุ 50 ปีขึ้นไป สามารถทำอาชีพเกษตรหลังเกษียณ เพื่อสร้างรายได้หรือชดเชยค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นอีกแนวทางตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร
อย่างไรก็ดี ด้านสิ่งแวดล้อม นายฉัตรชัย กล่าวว่า ธ.ก.ส. เดินหน้าขยายผลโครงการ คาร์บอนเครดิต ที่ดำเนินการตั้งแต่ปีก่อน โดยในปีนี้จะต่อยอดไปยังภาคป่าไม้และยางพารา พร้อมออก สินเชื่อ ESG เพื่อสนับสนุนเกษตรกรและภาคธุรกิจที่ดำเนินงานตามหลักความยั่งยืน
สำหรับการบริหารความเสี่ยงและคุณภาพสินเชื่อ ปัจจุบันอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของ ธ.ก.ส. อยู่ที่ 6.20% ต่ำกว่าแผนที่กำหนดไว้ โดยธนาคารสามารถควบคุมให้แนวโน้ม NPL ลดลงต่อเนื่อง จากเดิมที่เคยสูงถึงกว่า 9% และตั้งเป้าคุมระดับสูงสุดไม่เกิน 5% ตามแผนยุทธศาสตร์
นายฉัตรชัย ยังกล่าวถึง มาตรการพักหนี้ระยะที่ 3 ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่รัฐบาลช่วยรับภาระดอกเบี้ย มีลูกค้ากว่า 1.35 ล้านราย เข้าร่วมในวงเงินสินเชื่อรวมกว่า 200,000 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. ใช้โอกาสนี้เร่งปรับโครงสร้างหนี้ให้เกษตรกรรายละไม่เกิน 300,000 บาท เพื่อให้พร้อมกลับมาชำระหนี้ได้หลังสิ้นสุดมาตรการ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีเกษตรกรราว 100,000 รายที่ออกจากโครงการพักหนี้ ส่วนหนึ่งต้องการขอสินเชื่อเพิ่มเติม อีกส่วนสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ขณะที่โครงการฟื้นฟูศักยภาพเกษตรกรยังดำเนินการต่อเนื่องปีละกว่า 300,000 ราย
นายฉัตรชัย ย้ำว่า ธ.ก.ส. ยังคงเดินหน้าเสริมสภาพคล่องให้ภาคเกษตร พร้อมบริหาร NPL อย่างรอบคอบ ท่ามกลางความท้าทายจากสภาพอากาศ สินค้าเกษตร และผลกระทบมาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้า โดยมีมาตรการของรัฐบาลช่วยประคองบางกลุ่มเกษตรกรอยู่ในขณะนี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB